กฎ 5 ข้อต้องเช็ค หากจะจ้างคนรับทำ Facebook Marketing

กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย Profile photo of DigitalKnowledge DigitalKnowledge 3 สัปดาห์, 3 วัน มาแล้ว

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #3636
    Profile photo of DigitalKnowledge
    DigitalKnowledge
    Participant

    ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมองหาคนรับทำ Facebook Marketing ที่ทั้งตรงใจและช่วยให้ธุรกิจของเราก้าวไปข้างหน้าได้ จริงอยู่ที่ว่าปัจจุบันนั้นเรื่องของการตลาดบนโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็จับต้องได้เพราะมีทั้งคอร์สเรียนสัมมนา คอร์สออนไลน์ที่มีให้ทั้งเรียนฟรีและเสียเงินมากมายส่งผลให้เกิดคนรับทำ Facebook Marketing มากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณไปด้วย กลายเป็นว่าเราต้องเสี่ยงดวงที่จะเจอคนทำงานคู่บุญคู่บารมีมาจัดการบริหารงบการตลาดของคุณบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook ให้คุ้มค่ามากที่สุด วันนี้เราจึงนำเอา 5 สิ่งที่ให้พวกคุณสามารถนำไปใช้ตรวจสอบบุคคลที่จะมารับทำ Facebook Marketing ร่วมกัน เพื่อให้ได้คนที่มีคุณภาพ รู้จริงและมี Passion ในการทำงาน ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

    มีแผนการทำงานที่แน่นอนหรือไม่

    เพราะการรับทำ Facebook Marketing ก็คือการทำการตลาดออนไลน์อย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยแผนการดำเนินงาน รวมถึงแผนงบประมาณด้วยว่าในแต่ละช่วงควรใช้เงินเท่าไหร่ ลงกับแคมเปญแบบไหน ซึ่งเรื่องเหล่านี้คนรับทำ Facebook Marketing จะต้องนำเสนอเป็นแผนงานมาให้เราดูและเข้าใจมากที่สุด เห็นภาพมากที่สุดว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าเราจะได้อะไรกลับมาจากการลงทุนในครั้งนี้บ้าง หากเขาคนนั้นไม่มีสิ่งนี้มาให้ คุณก็ตัดออกไปจากลิสต์รายชื่อคนที่คุณจะจ้างได้เลย เพราะไม่ว่าจะราคาถูกแค่ไหนแต่ไม่ได้คุณภาพ คุณก็คงไม่อยากไปเสียเวลาลองผิดลองถูกกับเรื่องนี้แน่

     

    การันตีอะไรให้เราได้บ้าง

    ก่อนอื่นเราขอทำความเข้าใจกับทุกๆ ท่านถึงเรื่อง KPI ก่อนว่า ไม่มีแคมเปญโฆษณาใดๆ ที่จะสามารถการันตียอดขายให้คุณได้ ดังนั้นหากใครที่การันตีเรื่องนี้มาให้คุณล่ะก็ ควรตรวจสอบให้ดีอย่างละเอียดว่าเขาใช้วิธีการใด ถูกหรือผิดกฎของ Facebook หรือไม่ เพราะหากมันเป็นวิธีที่ผิด คนที่เดือดร้อนจะเป็นคุณไม่ใช่คนรับทำ Facebook Marketing คนนั้น ส่วนสิ่งที่ทำได้คือเขาควรบอกเป็นช่วงตัวเลข ว่าจบแคมเปญนี้แล้วคุณจะได้ยอด Reach, Engagement ฯลฯ ประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้เงินแค่ไหนในการทำแคมเปญที่ว่านี้ แล้วหากไม่เป็นไปตามเป้าเขามีวิธีการรับผิดชอบใดๆ บ้าง เป็นต้น ซึ่งเรื่องพวกนี้ควรระบุไปในสัญญาจ้างด้วยเพราะเวลามีปัญหา เราจะได้ใช้เป็นหลักฐานในการพูดคุยต่อไป

     

    ประสบการณ์ที่ผ่านมา

    ลองสอบถามคนรับทำ Facebook Marketing ที่คุณติดต่อด้วยว่าขอดูผลงานที่ผ่านมาของเขาได้หรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่าเคยทำงานให้กับลูกค้าประเภทใดบ้าง เป็นลูกค้าขนาดใด หากเคยทำงานให้กับลูกค้าเจ้าใหญ่ๆ มีขั้นตอนและวิธีการทำงานอย่างไร แก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหนหากมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ เกิดขึ้น นอกจากนี้แล้วมีแคมเปญใดบ้างที่เขาเคยทำแล้วประสบความสำเร็จสูงสุด เพื่อที่ว่าคุณจะได้นำไปเปรียบเทียบกับคนรับทำ Facebook Marketing อื่นๆ ที่คุณกำลังพิจารณาอยู่ได้ เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติที่แต่ละคนจะมีความถนัดในแต่ละด้านไม่เหมือนกัน รวมทั้งเทคนิคพิเศษต่างๆ ที่แตกต่างกันด้วย

     

    ข้อจำกัดต่างๆ

    เมื่อเราได้รู้แล้วว่าเขาสามารถทำอะไรให้เราได้บ้าง ในทางกลับกันก็ต้องรู้ว่าเขาทำอะไรไม่ได้บ้าง เพราะการรับทำ Facebook Marketing นั้นมีหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ Facebook การคิดกลยุทธ์โปรโมชั่นต่างๆ การทำโฆษณาผ่าน Ads Manager หรือแม้แต่การติด Pixel หรือการทำแคมเปญพิเศษอื่นๆ ซึ่งการหาคนรับทำ Facebook Marketing ที่สามารถทำทุกอย่างทั้งหมดนี้ได้นั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นคุณอาจจะต้องหาคนที่จะมาช่วยทำงานในด้านที่คุณวางวัตถุประสงค์เอาไว้ อาทิคุณกำลังต้องการให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น ก็ให้หาคนรับทำ Facebook Marketing ที่รู้เรื่องการสร้าง Brand Awareness เป็นต้น

     

    ราคาค่าบริการ

    โดยส่วนใหญ่การรับทำ Facebook Marketing มักจะคิดค่าใช้จ่ายเป็น Management Fee ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยราคามาตรฐานจะอยู่ที่ราวๆ 10-15% ต่อแคมเปญ แต่ก็มีคนรับทำ Facebook Marketing บางเจ้าที่ดันราคาสูงขึ้นถึง 30% ซึ่งอันที่จริงหากดูราคาว่าถูกหรือแพงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะบางทีคนรับทำการตลาด Facebook ที่คิดราคาสูงๆ เขาก็อาจมีเครื่องมือพิเศษและกลยุทธ์ในการทำให้วัตถุประสงค์ที่คุณวางเอาไว้สำเร็จได้ ดังนั้นให้ดูหลายๆ เงื่อนไขประกอบกัน

     

     

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)

กรุณา Login เพื่อ ตอบกระทู้

Connect with Facebook

Or fill the form below